เพื่อนๆ เคยสงสัยกันไหมคะว่าทำไมบางคนดูเหมือนจะประสบความสำเร็จได้เร็วกว่าคนอื่น ทั้งๆ ที่ก็ทำงานหนักไม่แพ้กัน? หนังสือ “The Unfair Advantage” ของ Ash Ali และ Hasan Kubba ได้เปิดเผยความจริงที่น่าสนใจว่า ความสำเร็จไม่ได้มาจากแค่ความพยายามเท่านั้น แต่ยังมี “ความได้เปรียบที่ไม่ยุติธรรม” ซ่อนอยู่ ซึ่งทุกคนสามารถค้นหาและนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ค่ะ
ทำความเข้าใจ “ความได้เปรียบที่ไม่ยุติธรรม” คืออะไร?
บ่อยครั้งที่เราเห็นภาพความสำเร็จที่สื่อนำเสนอว่ามาจากความมุ่งมั่นและความทุ่มเท ซึ่งก็เป็นเรื่องจริงส่วนหนึ่งค่ะ แต่แค่นั้นยังไม่พอสำหรับการสร้างธุรกิจให้เติบโตได้จริงๆ หลายธุรกิจล้มเหลวไม่ใช่เพราะผู้ก่อตั้งไม่ตั้งใจ แต่เป็นเพราะพวกเขาขาด “ความได้เปรียบ” บางอย่างที่อาจมองไม่เห็น ความได้เปรียบนี้อาจมาจากหลายปัจจัย เช่น เวลา เงิน ภูมิหลัง หรือแม้แต่ข้อมูลประชากรของเราเองค่ะ
ลองนึกภาพง่ายๆ นะคะ โอกาสที่เด็กจบจากฮาร์วาร์ดได้รับอาจแตกต่างจากเด็กที่จบจากประเทศโลกที่สาม หรือเด็กที่เกิดในครอบครัวที่ร่ำรวยก็มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่ดีที่สุดได้มากกว่ากลุ่มคนทั่วไป นั่นไม่ได้หมายความว่าคนที่ไม่ได้รับสิทธิพิเศษจะไม่มีทางประสบความสำเร็จนะคะ แต่คนที่มี “ความได้เปรียบ” เหล่านี้ก็มีแต้มต่อที่ดีกว่านั่นเองค่ะ
“ความได้เปรียบที่ไม่ยุติธรรม” ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่เราต้องไขว่คว้าหรือทำงานหนักเพื่อให้ได้มาเสมอไป แต่มันคือสิ่งที่เราอาจมีอยู่แล้วโดยธรรมชาติ เพียงแค่เราต้อง “ค้นพบ” และ “บ่มเพาะ” มันให้เกิดประโยชน์สูงสุดค่ะ
ค้นหา “แต้มต่อ” ที่ซ่อนอยู่ในตัวเพื่อนๆ
เพื่อนๆ อาจคิดว่าความได้เปรียบเป็นของชนชั้นสูงหรือคนรวยเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าเราจะอยู่จุดไหนของสังคม เราทุกคนต่างก็มีบางสิ่งที่สามารถนำมาใช้เป็นจุดแข็งได้ค่ะ
สำหรับบางคน ความได้เปรียบก็ชัดเจน อย่างเช่น ความมั่งคั่ง หรือความสวยงาม อย่างกรณีของ Evan Spiegel ผู้ร่วมก่อตั้ง Snapchat ที่เติบโตมาในครอบครัวนักกฎหมายที่ร่ำรวยและมีเพื่อนเป็นผู้ประกอบการชื่อดัง ทำให้เขามีช่องทางเข้าถึงเงินทุน นักลงทุน และที่ปรึกษาตั้งแต่เริ่มต้นธุรกิจเลยค่ะ
แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องมีเงินทองหรือคอนเนกชันแบบนั้นนะคะ! ตัวอย่างที่น่าสนใจคือ Ash Ali ผู้เขียนหนังสือ ท่านนี้เลยค่ะ เขาเติบโตมาในย่านที่เต็มไปด้วยปัญหายาเสพติดในอังกฤษ เรียนไม่จบมัธยมปลาย และทำงานในร้านขายอุปกรณ์สำนักงาน แต่ด้วย สัญชาตญาณความเป็นผู้ประกอบการ ที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็ก ทำให้เขาคิดหาวิธีสร้างรายได้อยู่เสมอ และเมื่อโอกาสมาถึงตอนอายุ 19 เขาก็คว้ามันไว้ และเริ่มต้นเส้นทางสู่ความสำเร็จได้ในที่สุดค่ะ ไม่ว่าคุณจะร่ำรวยเหมือน Evan Spiegel หรือมีความสามารถพิเศษเหมือน Ash Ali กุญแจสู่ความสำเร็จคือการตระหนักถึงความได้เปรียบของคุณและนำไปใช้ค่ะ
เงินทุน: แค่ตาข่ายนิรภัย ไม่ใช่ปัจจัยเดียวสู่ความสำเร็จ
แน่นอนว่าเงินทุนเป็นสิ่งสำคัญในการเริ่มต้นธุรกิจค่ะ เพราะกว่าจะเริ่มทำกำไรได้ก็ต้องใช้เวลา ทำให้ผู้ก่อตั้งและพนักงานต้องมีเงินไว้ใช้จ่าย แต่เพื่อนๆ ที่ไม่มีเงินก้อนใหญ่หรือญาติรวยก็ไม่ต้องกังวลไปนะคะ!
เราสามารถเริ่มต้นธุรกิจที่ไม่ต้องใช้เงินทุนมากนัก และสามารถสร้างรายได้จากลูกค้าได้รวดเร็ว เช่น ธุรกิจขนาดเล็กที่สร้างรายได้พอเลี้ยงชีพได้ หรือการนำเสนอแนวคิดทางธุรกิจเพื่อ ดึงดูดนักลงทุน ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งค่ะ
- กรณีศึกษาธุรกิจสไตล์มินิมอล: หากเพื่อนๆ มีทักษะเฉพาะตัว เช่น การจัดการโซเชียลมีเดีย หรือการออกแบบ เราก็สามารถนำทักษะเหล่านี้ไปเสนอเป็นบริการเพื่อหาเงินทุนเริ่มต้นได้ค่ะ ลองดูธุรกิจ “Minimalist Baker” ที่เริ่มต้นจากการทำบล็อกสูตรอาหารง่ายๆ ที่บ้าน โดยเน้นวัตถุดิบน้อยชิ้นและขั้นตอนไม่ซับซ้อน จากนั้นก็ต่อยอดไปสู่การทำหนังสือ Cookbook และมีผู้ติดตามจำนวนมาก แสดงให้เห็นว่าไม่จำเป็นต้องมีเงินทุนมหาศาล ก็สามารถสร้างธุรกิจที่ประสบความสำเร็จได้ด้วยการใช้ทักษะและความเข้าใจในสิ่งที่ตลาดต้องการค่ะ
ความฉลาดที่หลากหลาย: มากกว่าแค่เกรดในห้องเรียน
ความฉลาดไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเรียนดีหรือมีเกรดสูงเท่านั้นนะคะ! เด็กที่สามารถเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็วก็มีความได้เปรียบในการเป็นผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพได้ดีกว่า เพราะพวกเขามักจะเชี่ยวชาญในทักษะที่หลากหลายค่ะ
อย่าง พี่น้อง Collison ผู้ร่วมก่อตั้ง Stripe (บริษัทรับชำระเงินออนไลน์) พวกเขากลายเป็นมหาเศรษฐีตั้งแต่อยู่ในวัยรุ่น โดย Patrick Collison เริ่มเขียนโปรแกรมตั้งแต่อายุ 10 ขวบ และสร้างภาษาเว็บใหม่ได้ตอนอายุ 16 ส่วนน้องชาย John Collison ก็ได้คะแนนสูงสุดและได้รับข้อเสนอให้เข้าเรียนที่ฮาร์วาร์ดค่ะ
แต่ความฉลาดไม่ได้มีแค่เรื่องเรียนเท่านั้นนะคะ ความฉลาดทางโลก (Street Smart) ก็สำคัญไม่แพ้กันค่ะ แม้ Nikolai Tesla ผู้คิดค้นรีโมตคอนโทรลและหุ่นยนต์จะเป็นอัจฉริยะ แต่เขาก็พลาดโอกาสทางธุรกิจไปหลายครั้ง เพราะขาดความเข้าใจในโลกธุรกิจและผู้คนค่ะ
- การสังเกตปัญหาและสร้างสรรค์ทางออก: ไอเดียธุรกิจที่ดีไม่ได้เกิดขึ้นมาลอยๆ ค่ะ แต่มาจาก ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในปัญหาหรือสถานการณ์ อย่าง Tristan Walker ผู้ก่อตั้ง Walker & Co. ที่ผลิตผลิตภัณฑ์ความงามสำหรับผู้ที่มีความต้องการเฉพาะทาง เขาเริ่มจากปัญหาขนคุดและอาการแสบร้อนจากการโกนหนวดของตัวเอง และพบว่าไม่มีผลิตภัณฑ์ใดตอบโจทย์ จากนั้นเขาก็สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ขึ้นมาจนประสบความสำเร็จและถูก Procter & Gamble เข้าซื้อกิจการค่ะ
- การเอาใจเขามาใส่ใจเรา: แม้คุณจะไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายโดยตรง แต่การลองเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานการณ์นั้นๆ ก็สามารถให้ข้อมูลที่มีค่าได้ค่ะ (กรณี Will Shu ซีอีโอ Deliveroo ที่ลองเป็นคนขับส่งของเอง)
เพื่อนๆ ไม่จำเป็นต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญหรือใช้เงินมากมายเพื่อหาข้อมูลเชิงลึกเลยนะคะ ลองสังเกตและพูดคุยกับลูกค้าเพื่อทำความเข้าใจความต้องการของพวกเขาดูสิคะ!
ปัจจัยภายนอกที่สำคัญ: ทำเล เวลา และเครือข่าย
นอกเหนือจากความสามารถและเงินทุนแล้ว สิ่งแวดล้อมและช่วงเวลาก็ส่งผลต่อความสำเร็จของสตาร์ทอัพอย่างมากค่ะ
ทำเล: อยู่ถูกที่ ชีวิตดี๊ดี
เพื่อนๆ คงเคยได้ยินคนที่ประสบความสำเร็จพูดว่า “พวกเขาอยู่ในที่ที่ถูกต้องในเวลาที่เหมาะสม” ใช่ไหมคะ? ลองดู Silicon Valley ที่มีสตาร์ทอัพดังๆ อย่าง Google, Apple, Facebook นั่นเป็นเพราะที่นั่นเต็มไปด้วยทรัพยากรบุคคลที่มีความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และมีแหล่งเงินทุนจากบริษัทร่วมลงทุนขนาดใหญ่มาตั้งแต่ปี 1970 เลยค่ะ
- Huda Kattan ผู้สร้าง Huda Beauty ก็เป็นอีกตัวอย่างที่ดีของการใช้ทำเลให้เป็นประโยชน์ค่ะ เธอเรียนโรงเรียนเสริมความงามที่ดีที่สุดในลอสแอนเจลิส ซึ่งทำให้เธอได้ทำงานร่วมกับคนดัง จากนั้นเธอก็ย้ายไปดูไบ และพบว่ากลุ่มลูกค้าตะวันออกกลางนั้นเปิดรับบล็อกไลฟ์สไตล์และผลิตภัณฑ์ของเธอมากค่ะ
เวลา: จังหวะชีวิตกำหนดทุกอย่าง
นอกจากการอยู่ถูกที่แล้ว เวลาที่เหมาะสม ก็เป็นสิ่งสำคัญค่ะ แม้แนวคิดจะยอดเยี่ยมแค่ไหน แต่ถ้าเปิดตัวเร็วไปหรือช้าไปก็อาจล้มเหลวได้นะคะ
Bill Gross ผู้ก่อตั้ง Idealab (ศูนย์บ่มเพาะสตาร์ทอัพ) ได้เรียนรู้จากสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลวของเขาว่า จังหวะเวลาคือทุกสิ่ง ตัวอย่างเช่น Dropbox ไม่ใช่สตาร์ทอัพเก็บข้อมูลบนคลาวด์รายแรก แต่พวกเขากลับมีผู้ใช้หลายล้านคน ในขณะที่ความพยายามสร้างบริการอีเมลที่คล้ายกันในยุค 90 ล้มเหลว เพราะความเร็วอินเทอร์เน็ตยังช้าเกินไปนั่นเองค่ะ
การเรียนรู้และการสร้างเครือข่าย: มากกว่าแค่ใบปริญญา
พ่อแม่เรามักจะบอกว่าปริญญาดีๆ จะช่วยให้เราพร้อมสำหรับชีวิตใช่ไหมคะ? ซึ่งก็จริงค่ะ แต่การเรียนรู้ยังมีประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายนอกเหนือจากใบปริญญาค่ะ
หากเพื่อนๆ ได้เรียนในสถาบันที่มีชื่อเสียง เช่น อ็อกซ์ฟอร์ด หรือฮาร์วาร์ด ผู้คนที่ได้พบเจอที่นั่นอาจส่งผลอย่างมากต่อเส้นทางชีวิต เพื่อนร่วมชั้นอาจเป็นนักลงทุนในอนาคต หรือแม้กระทั่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้งธุรกิจของเราได้เลยค่ะ อย่าง Bill Hewlett และ David Packard ที่พบกันที่ Stanford และก่อตั้ง Hewlett-Packard ขึ้นมาค่ะ
แม้ว่าเพื่อนๆ จะไม่ได้เข้าเรียนในสถาบัน Ivy League ก็ไม่ต้องเสียใจนะคะ! ความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ก็สำคัญไม่แพ้กันค่ะ เมื่อเพื่อนๆ เชี่ยวชาญในทักษะหรือสาขาวิชาใดวิชาหนึ่ง จะช่วยให้เรามองเห็นโอกาสในด้านนั้นได้ง่ายขึ้นค่ะ
- Ash Ali เองก็ศึกษาจากหนังสือและนำความรู้มาเปิดร้านรองเท้าออนไลน์ ส่วน Kubba ก็ลงทะเบียนเรียนคอร์สออนไลน์และเปิดบริษัทออกแบบเว็บไซต์และการตลาด ทั้งคู่พัฒนาทักษะของตัวเองจนกลายเป็นที่ปรึกษาให้กับผู้ประกอบการหน้าใหม่ได้ในที่สุดค่ะ
หากเพื่อนๆ ใช้เวลาหลายปีในการศึกษาหรือทำงานในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เชื่อได้เลยค่ะว่าเราก็เป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ อยู่แล้ว ตอนนี้ก็แค่ต้องเริ่มนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์นั่นเองค่ะ
ใช้ “ความได้เปรียบที่ไม่ยุติธรรม” อย่างชาญฉลาด
บางครั้งในโลกธุรกิจ ชื่อเสียงก็มาก่อนความสามารถค่ะ เพื่อนๆ คงเคยได้ยินเรื่องราวแปลกๆ อย่างผลการวิจัยจากอังกฤษในปี 2016 ที่พบว่าบัณฑิตที่ใส่รองเท้าสีน้ำตาลไปสัมภาษณ์งานธนาคารในลอนดอนกลับไม่ได้รับการว่าจ้าง เพราะรองเท้าสีน้ำตาลถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของชนชั้นที่ต่ำกว่าในสายตานายธนาคาร!
แต่เพื่อนๆ ที่ไม่ได้มาจากตระกูลร่ำรวยก็ไม่ต้องกังวลไปนะคะ! เราสามารถเรียนรู้วิธีการปรับตัวให้เข้ากับสังคมได้ค่ะ อย่าง Tristan Walker ผู้ก่อตั้ง Walker & Co. ก็เคยได้รับทุนเข้าเรียนในโรงเรียนประจำที่มีชื่อเสียง ซึ่งทำให้เขาได้สังเกตและเรียนรู้วิถีชีวิตของคนร่ำรวย และปรับตัวเข้ากับกลุ่มสังคมต่างๆ ได้นั่นเองค่ะ
การสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ ก็เป็นสิ่งสำคัญมากๆ ค่ะ อย่าง Evan Spiegel ผู้ก่อตั้ง Snapchat ที่ได้รู้จักกับนักลงทุนชื่อดังอย่าง Peter Wendell ผ่านครอบครัว ซึ่งทำให้เขาได้พบปะกับบุคคลสำคัญอย่าง Eric Schmidt (อดีต CEO Google) และ Chad Hurley (ผู้ร่วมก่อตั้ง YouTube) ซึ่งในที่สุด Scott Cook (ผู้ร่วมก่อตั้ง Intuit) ก็เป็นที่ปรึกษาและให้เงินทุนสนับสนุน Snapchat ค่ะ
เพื่อนๆ ไม่จำเป็นต้องมีโชคแบบ Spiegel เพื่อได้รับประโยชน์จากการสร้างคอนเนกชันนะคะ เพียงแค่เราอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน ที่ทำงาน หรือแม้แต่ในสถานการณ์ทางสังคม เราก็สามารถสร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่งซึ่งจะช่วยผลักดันเราไปสู่ความสำเร็จได้ค่ะ สิ่งสำคัญคือความสัมพันธ์ต้องเป็นของจริงนะคะ ดังนั้น จงใช้เวลาในการสร้างและมองหาวิธีที่จะช่วยเหลือความสัมพันธ์ใหม่ๆ ของเรา ในขณะที่พวกเขาก็ช่วยเหลือเรากลับคืนมาค่ะ
สรุป: ค้นหา สร้าง และใช้ประโยชน์!
ทุกคนมีความได้เปรียบเหนือผู้อื่นค่ะ เพื่อนๆ แค่ต้องค้นหามันให้เจอ เราสามารถส่งผลกระทบต่อความสำเร็จของสตาร์ทอัพได้โดยการใช้ทรัพยากรที่เรามีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น ความสัมพันธ์ ทรัพย์สิน ข้อมูลเชิงลึก หรือเพียงแค่การอยู่ในทำเลที่ดี เมื่อเพื่อนๆ ใช้ประโยชน์จากความได้เปรียบของตัวเอง และทุ่มเทความพยายามที่จำเป็น สตาร์ทอัพของเพื่อนๆ ก็จะได้รับแรงผลักดันและประสบความสำเร็จอย่างแน่นอนค่ะ
โปรดจำไว้เสมอว่าความสำเร็จของผู้อื่นนั้นมีเบื้องหลังเสมอค่ะ อย่ารู้สึกหมดกำลังใจเพียงเพราะเห็นคนอื่นประสบความสำเร็จ เพราะมักจะมีอะไรมากกว่าที่ตาเห็นเสมอค่ะ
ลองมองหา พาร์ทเนอร์ธุรกิจ ที่เข้ากับคุณได้ดีดูสิคะ! เป็นเรื่องยากมากที่คนคนเดียวจะมี “ความได้เปรียบที่ไม่ยุติธรรม” ครบทุกด้าน การร่วมมือกับคนที่มีทักษะหรือทรัพย์สินที่เราขาด จะช่วยเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จได้ทันทีค่ะ เช่น หากคุณเป็นอัจฉริยะด้านนวัตกรรม ลองมองหาคนที่มีความสามารถทางเทคนิคดูนะคะ
ความทุ่มเทในการทำสิ่งที่เราชอบนั้นไม่เพียงพอ ธุรกิจจำนวนมากต้องล้มเหลวเพราะจังหวะเวลาที่ไม่เหมาะสม การแข่งขันที่รุนแรง หรือการขาดการวิจัยที่เพียงพอ ความจริงก็คือ คนที่มีพื้นฐานร่ำรวยสามารถที่จะล้มเหลวได้ เพราะการอยู่รอดของพวกเขาไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสำเร็จของสตาร์ทอัพ แต่สำหรับคนที่มีเงินทุนหรือคอนเนกชันในระดับปานกลาง มันคือการชนะหรือล้มละลายค่ะ เพื่อปรับสมดุลของสนามแข่งขันให้ถึงระดับที่แข่งขันได้ เราต้องมองหาจุดแข็งของเราและสร้างมันขึ้นมาค่ะ
ลองทำสิ่งนี้ก่อนเริ่มต้นธุรกิจ
- ขอคำแนะนำจากลูกค้าที่มีศักยภาพ: เพื่อให้ได้ภาพที่ชัดเจนว่าควรคาดหวังอะไร และจะเริ่มต้นธุรกิจได้อย่างไรค่ะ
- สังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัว: ใส่ใจกับความต้องการของคนรอบข้าง การทำเช่นนี้จะช่วยให้คุณรู้ว่าผู้คนต้องการอะไร และสิ่งที่เราต้องสร้างสรรค์ค่ะ
เกี่ยวกับผู้เขียน
- Ash Ali: ผู้ร่วมก่อตั้ง Uhubs (แพลตฟอร์มฝึกอบรมทักษะเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการและมืออาชีพ)
- Hasan Kubba: ผู้เชี่ยวชาญด้านสตาร์ทอัพเทคโนโลยี การตลาด และการระดมทุน

Leave a Reply